หน่วยงานราชการ/กระทรวง สำนักนายกรัฐมนตรี กรมประชุมสัมพันธ์ กลาโหม การคลัง การต่างประเทศ การท่องเที่ยวและกีฬา การพัฒนาสังคมฯ เกษตรและสหกรณ์ คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติฯ สถานีวิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ..องกรพัฒนาเอกชน/อิสระ.. สมาคมดับบ้านดับเมือง สมาคมรักษ์ทะเลไทย วิทยาลัยวันศุกร์ ออมทรัพย์นักพัฒนาภาคใต้ ไทย เอ็นจีโอ โฟกัส สงขลา ข้อมูลทะเลสาบ .........สถาบันการศึกษา......... ม.สงขลานครินทร์ หาดใหญ่ .........หนังสือพิมพ์ / ทีวี......... ข่าวสด มติชน เดลินิวส์ กรุงเทพธุรกิจ ไทยรัฐ บางกอกโพสต์ สยามรัฐ เอ็มเว็บ คม ชัด ลึก แนวหน้า .......ทีวี....... ช่อง 7 ช่อง 5 ช่อง 3 NBT ..................อีเมล์.................. hotmail yahoo gmail thaimail .........เสิร์ช / ดาวโหลด......... google download sanook
สมาคมรักษ์ทะเลไทย ... ความเป็นมา ...
หลังจากนั้นนับตั้งแต่ปี 2528 เป็นต้นมา ได้เกิดองค์กรพัฒนาเอกชนขึ้นในพื้นที่ต่างๆ ที่มีกลุ่มเป็าหมายเป็นชุมชนประมงชายฝั่ง เช่น ในพื้นที่จังหวัดตรัง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดปัตตานี และจังหวัดภูเก็ต ทำให้คนทำงานได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานงานการทำงานร่วมกันในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่ง ตลอดจนสนับสนุนให้ชาวประมงพื้นบ้านได้มีองค์กรของตัวเองเพื่อเป็นปากเสียงและพิทักษ์สิทธิ์ จนถึงการนำเสนอปัญหาและแนวทางการแก้ไขต่อเหน่วยงานต่างๆ จึงก่อเกิด "สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้" ขึ้นเมื่อปี 2536 และระหว่างปี 2535-2545 กองทุนสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลเดนมาร์ก (DANCED) ได้เข้ามาสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของสมาพันธ์ชาวประมงพื้นนบ้านภาคใต้และเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานสนับสนุนชุมชนประมงชายฝั่งในภาคใต้ (NGOsเล ภาคใต้) มีการจัดตั้งเป็น "โครงการการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้" ขึ้น จนเมื่อหมดงบประมาณสนับสนุนจาก DANCED มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนจึงได้สานต่อโดยสนับสนุนให้คนทำงานและกิจกรรมของสมาพันธ์ฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จากการพูดคุยระหว่างคนทำงานและที่ปรึกษาของโครงการมีข้อเสนอแนะวา บุคลากรที่เกี่ยวข้องและมีส่วนสนับสนุนการทำงานของโครงการตั้งแต่ต้นนั้น ถึงเวลาที่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนการทำงานที่เป็นโครงการให้เป็นนิติบุคคล จึงได้มีการประชุมปรึกษาหารือและยื่นจดทะเบียนเป็น "สมาคมรักษ์ทะเลไทย" ได้รับการรับรองการจดทะเบียนจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา จึงมีงบประมาณทั้งจากหน่วยงานรัฐและเอกชนให้การสนับสนุน เช่น กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ องค์การมหาชน(สบร.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และแหล่งทุนต่างประเทศ เช่น OXFAM GB เป็นต้น...